ประวัติความเป็นมา

ตามแผนพัฒนาการศึกษาระยะที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544) และตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติในปี พ.ศ. 2524 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545มาตรา 52 กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมให้มีระบบ กระบวนการผลิต พัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีคุณภาพ และมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง โดยการกำกับและประสาน ให้สถาบันที่ทำหน้าที่ผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษาให้มีความพร้อมและความเข้มแข็งในการเตรียมบุคลากร ใหม่ และการพัฒนาบุคลากรประจำอย่างต่อเนื่องอันเป็นผลกระทบโดยตรงต่อบทบาท และหน้าที่ของสถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา ดังนั้น จึงได้มีการจัดตั้งหน่วยงานตามนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนราชการ ระดับสำนัก

ชื่อ ว่า “สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา” โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนที่ 100 ก เรื่อง ประกาศกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งระบุอำนาจหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานการพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา สำหรับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จัดทำนโยบายแผนและแนวทางการพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติแนะนำ และติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานให้เป็นไปตามแผนและแนวทาง การพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ส่งเสริมการวิจัย พัฒนานวัตกรรม และสื่อในการพัฒนา พัฒนารูปแบบ และมาตรฐานการฝึกอบรมจัดทำฐานข้อมูลในการพัฒนา ส่งเสริม ประสานเครือข่าย การพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ประสานงานการระดมทรัพยากร และแสวงหาความร่วมมือจากภาครัฐเอกชนทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ดำเนินการพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นการทดลองนำร่องหรือการพัฒนาสนับสนุน ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 80 บัญญัติให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ วิชาชีพที่เหมาะสม ในอันที่จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ราชการเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความก้าวหน้าแก่ราชการ ประกอบกับ ก.ค.ศ. กำหนดมาตรฐานวิทยฐานะ เกี่ยวกับหน้าที่ ความรับผิดชอบ คุณภาพการปฏิบัติงานและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับวิทยฐานะซึ่งระบุว่า ต้องผ่านการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ต่อมา ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้มีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โดยกำหนดคุณสมบัติต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติในการเสนอขอรับการประเมินให้มีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ทั้งนี้สามารถนำผลการพัฒนาไปใช้ในการแต่งตั้งได้ภายใน 3 ปี นับตั้งแต่สำเร็จหลักสูตรการพัฒนาสำหรับวิธีการพัฒนากำหนดให้สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ร่วมกับส่วนราชการและสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานอื่น จัดทำหลักสูตรและคู่มือการพัฒนา ตลอดจนให้สถาบันพัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาหรือหน่วยงานที่สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาเห็นชอบเป็นหน่วยดำเนินการพัฒนา จากหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดไว้ข้างต้น แสดงถึงบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบของสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาที่จะต้องเป็นหน่วยงานกลางในการประสานความร่วมมือกับส่วนราชการ เพื่อจัดทำหลักสูตร คู่มือการพัฒนาและต้องร่วมกันดำเนินการพัฒนาให้ได้มาตรฐานด้านการบริหารจัดการ โดยเฉพาะมาตรฐานด้านหลักสูตรต้องมีความชัดเจนในเรื่องหลักการ จุดประสงค์ โครงสร้างหลักสูตร วิธีการพัฒนา ระยะเวลา สื่อนวัตกรรมการพัฒนาวิทยากรหรือผู้ทรงคุณวุฒิ การประเมินผล ตลอดจนการใช้สถานที่และแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสม เอื้อต่อการพัฒนา เพื่อให้บรรลุผลตามหลักการและจุดประสงค์ของการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแต่ละตำแหน่งก่อนแต่งตั้งให้มีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะ

สถาบันพัฒนาครูและทรัพยากรมนุษย์ คณะครุศาสตร์ (สถาบันพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา)ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นหน่วยดำเนินการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้มีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และเชี่ยวชาญ สำหรับครูและผู้บริหารสถานศึกษาโดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในเขตพื้นที่บริการ และกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนในความดูแลของเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อประสานงานกันเพื่อจัดอบรมและพัฒนาต่อไป